จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

สวัสดีค่ะ ^^

บล็อกนี้จะขอแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัดลำปางนะคะ ท่านที่สนใจ หรือ ต้องการหาสภานที่ท่องเที่ยว เข้ามาดูบล๊อกนี้ได้ค่ะ
ยินดีต้อนรับทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย


ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยอยู่ในความดูแลของอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2512 ที่บ้านปางหละ อ. งาว จ.ลำปาง เป็นสถานที่ฝึกช้างออกไปทำงานชักลากไม้ในป่า และเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในช่วงที่ลำปางยังเป็นพื้นที่สัมปทานป่าไม้นับเป็นสถานที่ฝึกช้างแห่งแรกของประเทศไทย 
ต่อมารัฐบาลมีนโยบายปิดป่ายกเลิกสัมปทานทำไม้ทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2532 ช้างที่ทำงานอยู่ในป่าจำนวนมากจึงกลับคืนสู่โรงเรียนฝึกลูกช้าง ทำให้เกิดปัญหาความแออัด อีกทั้งยังขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง ในปี พ.ศ. 2534 จึงได้ย้ายศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยมายังที่ตั้งปัจจุบัน
ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเป็นแหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับช้างไทยที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ มีการเปิดสอนการเป็นควาญช้าง การฝึกช้างเพื่อชักลากไม้ในป่า ภายในศูนย์มีสิ่งน่าสนใจหลายแห่ง เช่น โรงช้างต้น ซึ่งเป็นโรงช้างเผือกของพระบาทสมเด็จพระเจ้า-อยู่หัว แต่ไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม มีโรงพยาบาลช้าง ห้องนิทรรศการช้างไทย 
นอกจากนี้มีการแสดงความสามารถของช้าง ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสามารถของช้าง โดยแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 30 นาที 




การเปิดเข้าชมการแสดงของช้าง 
-
วันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ของต้นเดือน ก.พ. มีงานขันโตกช้าง
-
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท (นำหางบัตรไปแลกอ้อยเป็นรางวัลแก่ช้างหลังสิ้นสุดการแสดง) 
-
วันละสองรอบเวลา 10.00 น. และ 11.00 น. เสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพิ่มรอบ 13.30 น.





น้ำตกวังแก้ว


น้ำตกวังแก้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งในอุทยานแห่งชาติดอยหลวงซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นอุทยาน แห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พ.ศ. 2533 ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดพะเยา เชียงราย และลำปาง รวมเนื้อที่ประมาณ 1,170 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิปะเทศเป็นเขาสูงทอดตัว แนวเหนือ-ใต้ ดอยหลวง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด






      น้ำตกวังแก้ว เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดของจังหวัดลำปาง มีชั้นน้ำตกประมาณ 110 ชั้น แต่เป็นชั้น ใหญ่ 7-8 ชั้น น้ำตกไหลอยู่ตลอดปี เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของน้ำตกจะพบ หมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้า ที่บ้านป่าคาหลวงและบ้านส้าน ซึ่งมีทางขึ้นค่อนข้างชัน ที่น้ำตกวังแก้วยังมีเส้นทางเดินศึกษา ธรรมชาติระยะสั้น 1.4 กิโลเมตร นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียง ยังมีน้ำตกวังทอง ซึ่งมีลักษณะคล้าย น้ำตกวังแก้ว ค่าธรรมเนียมเข้าชม เด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท สามารถกางเต็นท์ได้แต่ต้องเตรียม เสบียง ไปเอง 
       การเดินทาง ใช้เส้นทาง สายลำปาง - แจ้ห่ม - วังเหนือ ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร มีทางเข้าสู่น้ำตกทั้งสองข้างที่ว่าการอำเภอวังเหนือ จากปากทางเข้าสู่น้ำตกวังแก้ว เป็นระยะทาง ประมาณ 24 กิโลเมตร สภาพถนนเป็นทางลาดยาง ส่วนทางเข้าน้ำตก วังทองจากปากทางใหญ่ ที่เข้ามาจะถึงก่อนน้ำตกวังแก้วประมาณ 9 กิโลเมตร 

    แต่เส้นทางที่เข้าไปค่อนข้าง ลำบากเพราะเป็น ถนน ลูกรัง หากเดินทางโดย รถประจำทาง สามารถโดยสารรถสองแถวสีฟ้าสายลำปาง-วังเหนือ มาลง ที่ว่าการอำเภอและต้อง เช่ารถต่อไปยังน้ำตก






อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท


อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท  มีเนื้อที่ประมาณ 758,750 ไร่ ลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อนปกคลุมด้วยผืนป่าอุดมสมบูรณ์ในอำเภอต่าง ๆ ได้แก่ อำเภอเมืองงาว  แม่เมาะ และแจ้ห่ม จุดสูงสุดอยู่ที่ยอดดอยแม่ขวัญซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,253 เมตร พื้นที่อุทยานฯ นี้ยังเป็นทางน้ำไหลลง ทางด้านตะวันตกสู่แม่น้ำวัง ทางด้านตะวันออกไหลลงสู่แม่น้ำงาว ซึ่งไหลไปสมทบแม่น้ำยมทางตอนเหนือของอำเภอสอง จังหวัดแพร่


อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 26 องศาเซลเซียส อากาศเย็นที่สุดในเดือนมกราคม ฝนตกหนักในเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม พบนกจำนวนมากกว่า 50 ชนิด เช่น นกปีกลายสก๊อต นกเขาเขียว นกเขาเปล้าธรรมดา นกเขาเปล้าหางเข็มทางภาคเหนือ เหยี่ยวขาว ฯลฯ มีแมลงหลากชนิด เช่น ผีเสื้อกลางวัน ด้วงหนวดยาว กว่างดาว ด้วงดีด เป็นต้น






วัดพระธาตุม่อนพญาแช่



ตั้งอยู่ที่ ต.พิชัย บนเส้นทางสายลำปาง-งาว ระยะทางประมาณ 5 กม. จากตัวเมืองโดยเลี้ยวขวาเข้าไปตรงหลักกม.ที่ 605 ประมาณ 1 กม. วัดตั้งอยู่บนเนินเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของจังหวัดลำปางได้อย่างชัดเจน ทางวัดได้พัฒนาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และขอความร่วมมือกับสำนักงานป่าไม้เขตลำปางจัดให้เป็นวนอุทยานม่อนพญาแช่ ความสวย งามของวัดอยู่ที่บันไดนาคที่ทอดยาวขึ้นไปสู่พระเจดีย์ซึ่งกล่าวว่าบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเจดีย์เดิมถูกทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2498 ทุกปีจะมีงานนมัสการพระธาตุในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 7 เหนือ (ตรงกับเดือน 9)







ทุ่งบัวตอง


ทุ่งบัวตองอยู่บนบริเวณที่ทิ้งดินด้านตะวันออกของบ่อเหมือง พื้นที่กว่า 500 ไร่ เกิดจากการนำดินในบ่อเหมืองมาทำเป็นภูเขาเทียม สูงจากระดับพื้นดินปกติ 200 เมตรดอกบัวตองจะบานสะพรั่งเหลืองอร่ามสวยงามสะดุดตาช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนธันวาคมของทุกปีและเป็นจุดชมวิว ทิวทัศน์ ที่มีความสูงอยู่ในระดับเทียบเท่าปล่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ สถานที่ชมวิวทิวทัศน์บริเวณรอบๆ กฟผ. แม่เมาะ และอำเภอแม่เมาะอีกด้วยในเวลาเช้า ของฤดูหนาวจะมองเห็น ทะเลหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นภาพที่ตื่นตาตื่นใจอย่างมาก





บรรยากาศตอนค่ำๆ


วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

สุสานไตรลักษณ์


หลวงพ่อเกษมเขมโก ท่านมีนามเดิมว่า เกษม มณีอรุณ เกิดเมื่อวันที่ ๒๘พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๕ ณ บ้านท่าเก๊าม่วง ริมแม่น้ำวัง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ท่านเป็นบุตรของเจ้าน้อยหนู และเจ้าแม่จ้อน ณ ลำปาง ชีวิตช่วงก่อนบวชได้เรียนที่โรงเรียนบุญทวงศ์อนุกูล จนจบชั้นประถมปีที่ ๕ การศึกษาสามัญ ปี พ.ศ. ๒๔๖๖ แล้วบรรพชาเป็นครั้งแรก โดยการบวชหน้าไฟ อายุได้ ๑๒ ปี เมื่ออายุได้ ๑๕ ปี บรรพชาเป็นสามเณรจำพรรษาที่วัดบุญยืน จนกระทั่งอายุได้ ๒๑ ปีจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยท่านเจ้าคุณพระธรรมจินดานายก เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากการอุปสมบทแล้ว ท่านได้เข้าเรียนภาษาบาลีและปริยัติธรรมจากสำนักวัดศรีล้อม วัดบุญวาทย์วิหาร วัดเชตวันและวัดเชียงราย ในจังหวัดลำปาง ท่านสอบได้นักธรรมเอก ในพ.ศ.๒๔๗๙ ขณะนั้นอายุได้ ๒๔ ปี และได้เรียนวิปัสสนากรรมฐานกับครูบาแก่น (พระอุบล สุมโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดประตูป่อง ลำปาง 
หลวงพ่อเกษมเขมโก ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบุญยืนจนถึง พ.ศ. ๒๔๙๒ จึงได้ยื่นใบลาออกจากเจ้าอาวาส เพราะหลวงพ่อเกษมชอบความวิเวก จึงอาศัยอยู่ที่ศาลาวังทาน จากนั้นจึงย้ายไปอยู่ที่ป่าช้าแม่อาง แล้วกลับมาบำเพ็ญภาวนาที่ป่าช้าศาลาวังทานได้พรรษาหนึ่งก็ไปอยู่ป่าช้าบ้านนาป้อและกลับมาอยู่ประตูม่าห์(ประตูม้า-สุสานไตรลักษณ์ปัจจุบัน) ท่านอยู่ประตูม่าห์ในระยะหนึ่ง เจ้าคุณวัดเชียงรายได้มานิมนต์ให้ไปอยู่ที่วัดม่อนพยาแช่เพื่อนั่งหนักบูรณะปฏิสังขรณ์ศาสนวัตถุ การพัฒนาวัดต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการจัดทำเหรียญของท่านให้สาธารณชนบูชา เสนาสนะต่างๆ ที่สร้างด้วยเงินบูชาวัตถุมงคลของหลวงพ่อเกษม มีจำนวนมาก เช่น กุฏิสงฆ์หอฉัน ห้องน้ำ-ส้วม แท็งก์เก็บน้ำฝน ศาลาจักรีวังสานุสรณ์ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ห้องเก็บของกำแพงกั้นดินข้างห้วยและใน พ.ศ.๒๕๒๙ ได้จัดตั้งมูลนิธิการศึกษาหลวงพ่อเกษมเขมโก เพื่อช่วยเหลือเด็กในด้านการศึกษา 








หลวงพ่อเกษมเขมโก ท่านมรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๘ และเก็บศพไว้ที่สำนักสงฆ์สุสานไตรลักษณ์ ประตูม้า ถนนลำปาง-แจ้ห่ม ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จ.ลำปาง ในปัจจุบัน 


บ้านเสานัก


       บ้านเสานัก เป็นบ้านไม้ที่มีเสาไม้สักมากถึง 116 ต้น จึงเรียกว่าบ้านเสานัก (ตามภาษาพื้นเมือง นัก มีความหมายว่า มาก) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2438 โดยหม่องจันโอง ต้นตระกูลจันทรวิโรจน์ ลักษณะศิลปะพม่าผสมล้านนา ประกอบด้วยเรือนใหญ่ ซึ่งเป็นเรือนหมู่ มีเสาไม้สักรองรับน้ำหนักบ้านถึง 116 ต้น หน้าบ้านมีต้นสารภี อายุ 140 ปี แต่เดิมบ้านเสานักเป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ปัจจุบันเปิดให้เข้าชมบ้านและของสะสมต่างๆ และใช้เป็นสถานที่จัดขันโตกและงานพิธีมงคล






วัดเจดีย์ซาว


วัดเจดีย์ซาว หลังตัวเมือ ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง ห่างจากตัวเมือง 1.5 กิโลเมตร ตามถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม คำว่า ซาวแปลว่า ยี่สิบ คำว่า หลังแปลว่า องค์ ฉะนั้น วัดเจดีย์ซาวหลัง จึงแปลได้ว่า วัดที่มีเจดีย์ 20 องค์ จากหลักฐานการขุดพบพระเครื่องสมัยหริภุญไชยที่องค์พระเจดีย์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดนี้สร้างมานานกว่าพันปี
จุดเด่นของวัด คือ องค์พระธาตุเจดีย์ซาว ที่มีศิลปะล้านนาผสมศิลปะพม่า เชื่อกันว่าหากใครนับได้ครบ 20 องค์ถือว่าเป็นคนมีบุญ ข้างหมู่พระเจดีย์มีวิหารหลังเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน ชาวบ้านเรียกว่า พระพุทธรูปทันใจพระอุโบสถหลังใหญ่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยพุทธลักษณะงดงามเป็นพระประธาน บานประตูทั้งสามเป็นของโบราณเขียนลวดลายรดน้ำละเอียดสวยงาม เสาซุ้มประตูหน้าต่างประดับลวดลายกระจกสีเป็นลักษณะศิลปะสมัยใหม่ และที่ศาลาการเปรียญเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว ด้านหลังพระอุโบสถเป็น พิพิธภัณฑ์สถานเขลางค์นคร แสดงโบราณวัตถุที่ชาวบ้านนำมาถวาย เมื่อ พ.ศ. 2526 ชาวบ้านได้ขุดพบพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์หนัก 100 บาทสองสลึง มามอบให้แก่ทางวัดซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ชื่อว่า พระแสนแซ่ทองคำเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสมัยล้านนา อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21 ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วครึ่ง สูง 15 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแห่งชาติ







วัดไหล่หินหลวง

        วัดเสลารัตนปัพพตาราม (วัดไหล่หินหลวงแก้วช้างยืน) ตั้งอยู่ที่ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา มีพระวิหารเก่าแก่ฝีมือช่างเชียงตุงเป็นศิลปะแบบล้านนาไทย ประดับลวดลายงดงามทั้งหลัง โดยเฉพาะ ส่วนหน้าบัน และซุ้มประตูที่มีการก่ออิฐถือปูนประดับรูปปั้นสัตว์ศิลปะล้านนาแท้ ภายในวิหารนอกจากจะมีพระประธานแล้วยังมี รูปปั้นพระมหาเกสระปัญโญภิกขุขนาดเท่าตัวจริงซึ่งปั้นด้วยฝีมือของท่านเอง พระเจดีย์ของวัดไหล่หินก่อสร้างแบบศิลปะล้านนา ที่บรรจุพระบรมสารีรกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คันทวยที่โรงธรรมเป็นแบบล้านนา คือเป็นรูปคล้ายแผ่นไม้สามเหลี่ยมขนาดใหญ่แล้วฉลุลายให้โปร่งลอยตัวเป็นรูป ต่าง ๆ กันออกไป เช่น รูปนาค รูปหนุมาน รูปลายเครือเถา 
      นอกจากนั้นทางวัดได้จัด หอพิพิธภัณฑ์โบราณล้านนาวัดไหล่หิน เป็นที่เก็บหอพระแก้ว ซุ้มพระพิมพ์ อาวุธโบราณ  และที่โรงธรรมมีใบลานเก่าแก่ของล้านนาไทยมีอายุเกินกว่า 500 ปี จาร (การใช้เหล็กแหลม เขียน) เป็นภาษาบาลีด้วยอักษรไตเหนือ


ประตูโขง



ภายในพิพิธภัณฑ์

วัดพระธาตุลำปางหลวง

วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม และมีความสําคัญทางด้านประวัติศาสตร์ วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองลําปาง ตามตํานานกล่าวว่า มีมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี ราวพุทธศตวรรษที่ 13 ตัววัดตั้งอยู่บนเนิน มีบันไดนาคทอดขึ้นสู่ตัววัด วัดพระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่ที่ ต.ลําปางหลวง ห่างจากตัวเมืองลําปาง ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ตามทางหลวงสายลําปาง-เถิน ถึงหลักกิโลเมตรที่ 586 เลี้ยวเข้าไปจนถึงที่ว่าการอําเภอเกาะคา จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร


       วัดพระธาตุลำปางหลวง มีพุทธสถานที่น่าสนใจได้แก่ วิหารหลวง ซึ่งเป็นวิหารขนาดใหญ่ เปิดโล่ง มีกู่บรรจุพระเจ้าล้านทอง เป็นประธานของพระวิหาร หลังพระวิหารมีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่รั้วทองเหลือง รอบองค์พระเจดีย์มีรูกระสุนปืนที่หนานทิพย์ช้างยิงท้าวมหายศปรากฎอยู่ ด้านขวาองค์เจดีย์เป็นวิหารน้ำแต้ม (แต้ม แปลว่าภาพเขียน) เป็นวิหารเปิดโล่ง ปัจจุบันภาพเขียนลบเลือนไปมาก ด้านซ้ายของพระเจดีย์เป็นวิหารพระพุทธ เป็นอาคารปิดทึบ มีพระประธานแบบเชียงแสนองค์ใหญ่อยู่เต็มอาคาร หน้าบันของวิหารพระพุทธเป็นลายดอกไม้ติดกระจกสี และพิพิธภัณฑ์ของวัด ซึ่งรวบรวมศิลปวัตถุจากที่ต่างๆ ที่หาชมได้ยาก เช่น สังเค็ดธรรมาสนเทศน์ คานหาบ ตู้พระไตรปิฎก เป็นต้น 
     นอกจากนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วดอนเต่า ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลําปาง ทุกปีจะมีงานประจําปีในวันเพ็ญเดือน 12


บันไดนาค


ที่ประดิษฐานของพระเก้าดอนเต้า

พระวิหารและพระธาตุ